ลักษณะเล็บบอกโรคที่สามารถสังเกตได้

Share Button

เคยสังเกตบ้างหรือไม่ว่าเล็บของเรามีลักษณะเป็นอย่างไร บางคนมีเล็บขนาดสั้น บานแบบกาบหอย เรียวแบบกาบอ้อย และยังมีสีเล็บที่หลากหลายต่างกันไปด้วย บ้างมีสีชมพูอ่อน บ้างก็มีเล็บสีเหลือง และบ้างก็มีเล็บสีขาวซีด อาการเล็บป่วยของเล็บอาจสังเกตได้จากเล็บแตก ขอบเล็บลอก เล็บเปลี่ยนสี เล็บขบ และการติดเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อราที่เล็บ อาการสำคัญที่บ่งบอกว่าเริ่มเป็นเชื้อราที่เล็บ คือ ปลายเล็บหนาตัวขึ้นและมีผิวขรุขระ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อราจากดิน สัตว์เลี้ยงตามบ้าน ดังนั้นเมื่อสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้แล้วควรรีบทำความสะอาด หรือป้องกันโดยการสวมถุงมือ สถาบัน สอนเพ้นท์เล็บ ได้นำเสนอลักษณะของเล็บบอกโรค ดังนี้

ลักษณะของเล็บ
– เล็บที่มีรอยบุ๋ม มักพบในผู้ป่วยโรคเรื้อนกวาง หรือผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนัง
– เล็บเป็นร่อง บอกให้ทราบถึงความผิดปกติของไต
– เล็บแข็งหนา ระบบหลอดเลือดในร่างกายอ่อนแอ โลหิตไม่สามารถไหลเวียนได้อย่างปกติ
– เล็บเป็นลอนตามขวาง อาจเป็นผลมาจากโรคร้ายแรง การขาดสารอาหารหรือฮอร์โมนผิดปกติ
– ปลายเล็บงอน ส่อถึงอาการของโรคเกี่ยวกับปอด หัวใจ หรือตับ และแม้กระทั่งมะเร็งบางอย่างได้

ลักษณะของสีเล็บ
– เล็บสีเหลือง บอกถึงอาการของโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
– เล็บสีขาว บอกถึงความผิดปกติของตับและไตหรือโลหิตจาง แต่ถ้าเล็บมีลักษณะเป็นสีขาวซีด ควรระวังโรคตับอักเสบเรื้อรัง
– เล็บสีเขียวคล้ำ บอกได้ถึงความรุนแรงของโรคเกี่ยวกับ โรคหัวใจ ถุงลมโป่งพอง หรือโรคหลอดลมอักเสบ
– เล็บสีดำ บอกได้ว่าอาจเป็นโรคลำไส้ผิดปกติ
– เล็บสีเทาหรือดำคล้ำ เกิดจากการได้รับยาบางชนิด เช่น ยาระบายและยารักษาโรคมาลาเรีย

อาการผิดปกติของเล็บ
– เล็บบุ๋มแบบมักพบในคนที่เป็นโรคโลหิตจางซึ่งอาจมาจากการขาดธาตุเหล็ก
– เล็บเป็นดอกขาว บอกถึงอันตรายของโรคตับ ร่างกายขาดธาตุสังกะสี
– เล็บเป็นจุดหรือเส้นสีม่วง เกิดจากเส้นเลือดฝอยแตก พบในผู้ป่วยลิ้นหัวใจอักเสบ และโรคลิ้นหัวใจตีบ
– โคนเล็บเปลี่ยนเป็นสีแดง อาจมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ถ้าเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ
– เล็บที่ขึ้นหลุดจากฐานเล็บ พร้อมกับมีจุดขาวปลายเล็บ อาจเป็นเพราะความผิดปกติของระบบการหายใจ เช่น ถุงลมโป่งพองหรือหลอดลมอักเสบ